[Fic] *เต๋าคชา* พันธนาการรัก The End Part II
posted on 18 May 2012 20:40 by atlove233 in FictionFiction TaoKacha :: พันธนาการรัก
♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥
คนทั้งคู่หันมามองหน้ากันโดยไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา แววตาเป็นกังวลสื่อชัดคือสิ่งที่สัมผัสได้ ในที่สุดร่างสูงก็เป็นฝ่ายขยับกายก่อน ลุกออกจากเตียงตรงไปจัดแจงหาเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อยมาสวมใส่ ก่อนจะเดินมานั่งลงที่ข้างเตียงใกล้ๆกับร่างบอบบาง
“ถ้ามันแย่ ...... เราก็แค่หนีไปด้วยกัน”ลูบกลุ่มผมดกดำอย่างอ่อนโยนแล้วเชยหน้าม้าของร่างเล็กขึ้นเผยให้เห็นหน้าผากมน ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากของร่างเล็กเบาๆแล้วผละตัวเตรียมจะลุกออกจากห้องไป
“ดะ .... เดี๋ยว!”ก้าวลงจากเตียงมารั้งแขนร่างสูงไว้
“...............”
“อย่าทิ้งกันนะ .... พ่ออาจจะโกรธจนเผลอทำร้านนาย แต่อย่า .... อย่า ....”
“ไม่ทิ้งหรอกน่า .... รักขนาดนี้จะให้ทิ้งลงได้ไง”แตะฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนแก้มนิ่ม ก้มลงมองสบตาอีกฝ่ายอย่างต้องการให้เชื่อในตัวเขา
“เดี๋ยวจะตามลงไป รอนะ .....”ร่างเล็กบอกแล้วเขย่งกายขึ้นไปจุ๊บที่ข้างแก้มของร่างสูง .... อีกฝ่ายถึงกับทำหน้าเหวอตกใจ มารู้สึกตัวอีกทีร่างเล็กก็วิ่งดุกดิกเข้าห้องน้ำไปเสียแล้ว
“หึหึ .....”ส่ายหัวแล้วหัวเราะขำออกมาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อเผชิญหน้ากับพ่อบุญธรรมที่ห้องโถงชั้นล่าง

“กล้าดียังไงมาทำกับลูกชายฉันอย่างนั้น!! แกกล้าแตะต้องลูกชายฉันได้ยังไงหะเจ้าเต๋า!!!!!!”ร่างสูงยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องโถงโดยมีพ่อคเชนทร์ของคชาก้นด่าเขาไม่หยุด มีหลายครั้งที่มือหยาบกร้านนั้นง้างขึ้นทำท่าจะตีเขาแต่ก็ต้องตกลงข้างลำตัวอย่างเคยโดยที่ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง
“ฉันเลี้ยงลูกของฉันอย่างดีมาโดยตลอด แก!! แก!! ทำอะไรลูกชายฉัน ไม่คิดว่ามันหยามฉันเกินไปหน่อยหรอเจ้าเต๋า!! พ่อแกมันให้ท้ายแกล่ะสิ แกถึงได้กล้าทำขนาดนี้ ไอ้รัณมันไม่ได้เรื่อง .... เลี้ยงลูกประสาอะไร!!”
“พ่อไม่เกี่ยวครับ ผมผิดเอง ... ผมผิดคนเดียว ... พ่อเชนจะด่าอะไรผมก็ได้ แต่ผมผิดคนเดียว พ่อไม่เกี่ยว”
“ไปเลยนะ!! ออกไปจากบ้านนี้ อย่ามาเหยียบที่นี่อีก อย่ามายุ่งกับกับคชาอีก!! เข้าใจไหม!!?”
“เข้าใจครับ .... แต่ผมทำตามที่บอกไม่ได้ ยังไงก็ต้องมาที่นี่อีก ..... ถ้าห้ามไม่ให้ผมมายังไงก็ต้องนัดเจอกันข้างนอกอยู่ดี”ตอบกลับพ่อบุญธรรมไปอย่างะฉานและตรงไปตรงมา ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับเดือดพล่าน
“ไอ้เต๋า!!!!!!”
“ยอมให้พวกเราคบกันเถอะครับ .... ยกคชาให้ผม ... ผมจะดูแลน้องอย่างดีเอง”
“ไอ้ .... ไอ้เด็กนี่!! ไปเลยนะ .... ออกไปจากบ้านนี้แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก ไม่งั้นฉันจะเรียกตำรวจมาลากคอแกออกไปแน่!! ออกไปเดี๋ยวนี้!!”ชายอายุมากโกรธจนตัวสั่นขณะที่ร่างสูงกลับยืนนิ่ง ไม่ใช่ไม่สะทกสะท้านอะไร .... ในเมื่อต้องการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจน เขาก็ไม่ควรจะหลบเลี่ยงหรือกลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว
“แต่ผมรักคชา!! คชาเองก็รักผม เราสองคนก็รักกัน!!”
เพี๊ยะ!! ฝ่ามือหยาบกร้านฟาดลงเต็มแรงที่ใบหน้าขาวจัด มันแรงมากจนหน้าขาวจัดตวัดไปตามแรงตบ
“พ่อ!!”ร่างเล็กวิ่งตัวปลิวมายืนขวางอยู่หน้าร่างสูง ใช้สายตาอ้อนวอนบิดาไม่ให้ทำร้ายร่างสูงอีก ก่อนจะหันมาดูใบหน้าหล่อขาวที่ขึ้นรอยฝ่ามือแดงเถือก
“ถอยไปคชา!! พ่อสั่งห้ามเลยนะไม่ให้เราไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก!! ขึ้นห้องไปเดี๋ยวนี้”
“ไม่เอา” ส่ายหัวปฏิเสธทันที “พ่อฟังเราหน่อยนะ .... ฟังชาพูดหน่อย” ร่างเล็กตรงเข้าไปขอร้องบิดาทั้งน้ำตา เขาไม่อยากให้พ่อรู้เลยเพราะกลัวผลมันจะออกมาเป็นอย่างนี้ไง .... แล้วมันก็ใช่จริงๆด้วย
“ขึ้นห้องไปเดี๋ยวนี้คชา!!!”ตวาดสั่งอย่างเอาเรื่อง ร่างเล็กน้ำตาร่วงเผาะกลัวจับใจว่าจะถูกจับแยกจากคนรัก
“ต้องทำยังไงถึงจะยอมรับให้เราคบกันครับ ..... ผมรักคชาจริงๆและพร้อมจะพิสูจน์ตัวเองด้วย”ร่างสูงกล่าวพูดอย่างหนักแน่น สายตาแน่วแน่มองสบกับคนมีอายุโดยไม่ยอมหลบสายตาหนีไปทางไหนเลย
“....................”
“ผมจะทำตามที่ขอทุกอย่าง แค่ให้โอกาสผมกับคชาได้คบกันโดยไม่กีดกัน”
“ฉันไม่ยกคชาให้แก ไม่มีข้อเสนออะไรจะยื่นให้ทั้งนั้น .... กลับบ้านไปซะ!!”
“ไม่อย่างนั้นผมกับคชาจะหนีไปด้วยกัน!”คำพูดจากปากของร่างสูงดูจะไม่ใช่เรื่องโกหกเมื่อเห็นลูกชายตนเองเกาะแขนเด็กหนุ่มตัวขาวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทำให้ชายอายุมากถึงกับหยุดชะงักไปแล้วทำท่าราวกับจะเป็นลมเสียตรงนั้น สุดท้ายร่างเล็กก็เลยต้องวิ่งเข้าไปช่วยพยุงบิดาแล้วตะโกนเรียกคนในบ้านให้ออกมาช่วยดูแล

ในห้องโถงของบ้านขณะนี้ทุกคนกำลังนั่งรวมตัวกันโดยไม่มีใครพูดอะไรแต่สายตาทุกคู่กลับมองไปที่เด็กหนุ่มสองคนที่นั่งกุมมือกันอยู่บนพื้นพรม มีพ่อศรัณย์เพิ่มเข้ามาร่วมในการแก้ปัญหาเพิ่มอีกคนเพราะคุณผู้หญิงของบ้านเป็นคนโทรไปเรียกให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายมาช่วยจัดการปัญหา แต่เหตุผลที่แท้จริงแล้วคือมาช่วยปรามและมาช่วยดึงสามีของเธอไว้เพราะกลัวสามีจะทำอะไรรุนแรงกับเด็กหนุ่มตัวขาวจัดตรงหน้านี้ต่างหาก
“ทั้งคู่! .... ตั้งแต่เมื่อไหร่ ... เมื่อไหร่ ...”คำพูดย้ำๆจากพ่อคเชนทร์ที่กำลังนั่งกุมขมับอยู่บนโซฟาข้างภรรยาดูจะยังคงช๊อกกับเรื่องที่เพิ่งรับรู้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“.......................”ไม่มีใครกล้าเอ่ยตอบไป มีเพียงมือหนาที่จับประสานเกาะกุมมือนิ่มไว้มั่นแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการปกป้อง รับรู้ได้โดยในทันทีว่าต้องการจะปกป้องความสัมพันธ์นี้ให้ถึงที่สุด
“ผมกับคชาไม่ได้เป็นแค่พี่น้องอย่างที่เข้าใจหรอกครับ ..... เราคบกันมาพักใหญ่แล้ว”ร่างสูงเอ่ยตอบพร้อมบีบกระชับมือนิ่มมากขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้อีกฝ่ายที่กำลังสั่นกลัวจนร่างสูงสัมผัสได้
“ไอ้เจ้าเต๋า!! แกทำอะไรเห็นหัวฉันไหม ฉันเป็นพ่อของคชานะเว้ย!!”บิดาของคชาลุกขึ้นจากโซฟาพร้อมกับชี้หน้าคนอายุน้อยกว่าอย่างเอาเรื่อง ใบหน้าเด็กหนุ่มอ่อนวัยนั้นไม่ได้มีแววสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำสักนิด ซ้ำยังฉายชัดออกมาว่าไม่ต้องการปิดบังความสัมพันธ์นี้อีกต่อไปแล้ว
“ผมรักคชา! พ่อเชนอนุญาตให้เราคบกันเถอะครับ”คำพูดและแววตาแน่วแน่ยิ่งทำให้คนหวงลูกถึงกับดิ้นพล่าน กลัวจะเสียลูกชายให้ไอ้เด็กตรงหน้านี่จริงๆ
“ใจเย็นๆสิคุณ .... โมโหไปก็เสียสุขภาพเปล่าๆ ... นั่งคุยกันดีๆอย่าใช้อารมณ์”คุณผู้หญิงของบ้านปรามสามีก่อนจะดึงแขนให้นั่งลงข้างตนเช่นเดิม
“แกอดทนต่อไปไม่ไหวแล้วใช่ไหมเจ้าเต๋าถึงได้พูดขอน้องตรงๆอย่างนั้น”พ่อศรัณย์ที่นั่งเงียบมานานเปิดปากถามบุตรชายตนเอง เห็นสีหน้าจริงจังและมือที่กอบกุมกันไว้ไม่ปล่อยของคนทั้งคู่ ..... ทำให้ผู้เป็นพ่อมั่นใจแล้วว่าลูกชายคนนี้โตขึ้นมาก ดูพร้อมจะรับผิดชอบอะไรหลายๆอย่างได้แล้ว
“ผมคบใครผมก็อยากเปิดเผย .... ไม่ใช่มาแอบๆซ่อนๆเวลาเจอกันแบบนี้ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด .... ผมกับคชาแค่รักกัน”
“..................”ห้องทั้งห้องถึงกับเงียบกริบเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าพูดแสดงความจริงใจออกมา
“ความรักมันไม่ใช่เรื่องผิดไม่ใช่หรอครับ .... ไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็ตาม ......”คำพูดคำจาจากเด็กหนุ่มตรงหน้าทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนถึงกับพูดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะคนมีอายุที่กำลังมีท่าทางราวกับจะระเบิดลงได้ทุกเมื่อ .... ถึงจะหวงคชามากแค่ไหน แต่ท่าทางเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้านี่ดูจะเอาจริงเอาจังกับลูกชายของเขาไม่ใช่น้อย .... รู้สึกราวกับจะเสียลูกชายเพียงคนเดียวให้คนอื่นไปแล้วจริงๆ
“แล้วไม่กลัวว่าใครจะมาดูถูกรึไง .... ความรักแบบนี้ .....”คุณผู้หญิงของบ้านลองเอ่ยปากถาม
“จะกลัวทำไมครับ ..... ไม่มีความรักไหนในโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบ เหมือนกับไม่มีใครในโลกนี้ไม่ถูกนินทานั่นแหล่ะครับ .... ถ้าเรื่องแค่นี้ยังกลัว ผมคงไม่มีค่าพอไปรับผิดชอบชีวิตใครหน้าไหนทั้งนั้น”หลังจากฟังคำพูดของเด็กหนุ่มตรงหน้า พ่อศรัณย์จึงเผยรอยยิ้มพอใจกับความจริงใจของลูกตนเอง ถึงจะไม่ค่อยได้สอนอะไรให้ลูกชายคนนี้เท่าไรนักแต่ก็อดรู้สึกภูมิใจกับความกล้าหาญของลูกชายไม่ได้จริงๆ
“แกก็ยอมๆให้เด็กมันคบกันไปเหอะไอ้เชน ลูกแกเป็นเมียลูกฉันแล้ว .... อะไรที่เสียไปแล้วยังไงก็เรียกกลับมาไม่ได้หรอก เราก็ทำได้แต่ยอมรับมันเท่านั้น”พ่อรัณพูดออกมาอย่างนั้นทำเอาร่างเล็กยิ่งก้มหน้างุดจนแทบจะมุดตัวไปอยู่ข้างหลังของร่างสูง ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับใครทั้งนั้น
“ไอ้รัณ!!”
“แกไม่ต้องห่วง ลูกชายฉันทำอะไรไว้ฉันให้มันรับผิดชอบแน่นอน แล้วถ้าแกอยากเรียกร้องอะไรก็บอกได้เลย ฉันจะร่วมรับผิดชอบกับเจ้าเต๋ามันเอง”พ่อรัณพูดบอกอย่างนั้นทำเอาอีกฝ่ายถึงกับพูดอะไรไม่ออก นึกหาคำด่าแต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเลยจริงๆ
“พ่อโกรธใหญ่เลย ..... เห็นไหม ...?”ร่างเล็กที่เอาแต่ก้มหน้างุดอยู่ข้างหลังพูดกระซิบบอกร่างสูงเบาๆ
“ก็ต้องโกรธอยู่แล้ว ก็ไปล่วงเกินลูกเขาไว้เยอะนี่นา”ร่างสูงหันใบหน้าก้มลงไปกระซิบตอบ มองเห็นใบหน้าเรียวเล็กที่ดูจะเขินกับคำพูดเขาไม่น้อยทำให้ร่างสูงส่งยิ้มทะเล้นไปให้ ทั้งๆที่สถานการณ์มันไม่น่ามาหยอกล้อกันเลยสักนิด
“ยังมายิ้มอีก ...”
“หึหึ ....”
“ก็ได้!!! ถ้าเจ้าเต๋าทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น 30% ภายใน 1 เดือนฉันจะยอมให้คบกัน!!”คำประกาศิตลั่นออกมาจากปากของพ่อคเชนทร์ทำให้คนที่กำลังนั่งยิ้มทะเล้นอยู่ถึงกับหน้าหุบลงทันที
“30%!!!!!!!”ร่างสูงถึงกับพูดเสียงดังทันทีที่ได้ยินข้อเสนอ เพราะขนาด 1 เดือนที่ผ่านมาเขาก็ทำได้มากสุดจริงๆแค่แตะๆ 7% เท่านั้นเองแล้วจะให้ถึง 30% ....... บอกตรงๆว่าตอนนี้ความเป็นไปได้มีค่าเท่ากับ 0 เลยด้วยซ้ำ
“ไอ้เชน!!!”ขนาดพ่อรัณยังถึงกับขึ้นเสียงใส่ข้อเสนอนี้
“ทำไม ..... ทำไม่ได้ก็อย่าหวังจะได้คบกัน”พ่อเชนเริ่มมีสีหน้าดีขึ้นมาเมื่อเห็นสีหน้าของคู่พ่อลูกที่ดูจะลำบากใจอย่างหนักกับข้อเสนอ เพราะเมื่อลองคิดดูแล้วข้อเสนอที่ยื่นให้นั่นความหวังที่จะทำได้แทบจะริบหรี่ แต่ถึงอย่างนั้น ....
“ได้ครับ ผมจะพยายาม .... ยอมเสียใจที่ได้ลงมือทำดีกว่ามาเสียใจที่ไม่ได้พยายามอะไรเลย”หลังจากหน้าเสียจากข้อเสนออยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดร่างสูงก็ยอมตอบรับข้อเสนอ
“30% ใน 1 เดือนนะ”ทวนข้อเสนออีกครั้ง
“ครับ .... แล้วระหว่างนี้ผมมาหาน้องได้ไหม”ถามพร้อมกับกุมมืออีกฝ่ายไว้มั่น มือหนาเข้าโอบกอดเอวเล็กไว้ตรงๆไม่หลีกเลี่ยงโดยต้องการแสดงให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนเห็นว่าคนทั้งคู่รักกันมากแค่ไหน .... อย่าพยายามกีดกันพวกเราอีกเลย
“ไม่!!”คำตอบจากพ่อเชน
“คุณคะ!! อย่าทำอย่างนี้สิ เด็กๆยิ่งเราขวางเราห้ามพวกเขาจะยิ่งต่อต้านคำสั่งคุณนะ”คุณผู้หญิงของบ้านเอ่ยปรามสามีอีกครั้ง
“แล้วคุณรับได้หรอถ้าลูกเรา .... ลูกเราเป็น ...”
“รับได้ค่ะ คชาเป็นลูกเรา .... จะดีจะร้ายหรือจะเป็นยังไงคชาก็ยังเป็นลูกของเรา ฉันไม่รักลูกน้อยลงหรอกต่อให้เขาจะทำอะไรผิดหรือทำอะไรไม่ถูกใจยังไง”
“ผมไม่อยากให้คชาเป็น .......”ยังคงเอ่ยค้าน
“คุณลืมไปแล้วหรอคะว่าเราพูดกับเขมมิกาไว้ว่ายังไง .... ถ้าเขมยังอยู่ เขมไม่มีทางทำลายความรักของลูกตัวเองหรอกค่ะ เราบอกกับเขมไว้แล้วนี่ว่าจะดูแลลูกของเขมอย่างดี เพราะอย่างนี้คชารักใครเราก็ต้องรักด้วย .... อย่าขัดขวางความรักของเด็กสองคนนี้เลยนะคะคุณ”
“ไม่ใช่แค่หนูคชาคนเดียวนะไอ้เชน ไอ้เต๋ามันรักหนูคชา ..... ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็ยังรับได้แล้วแกไม่ลองคิดกลับกันแบบฉันบ้างวะ สำหรับฉัน ..... แค่มันเป็นคนดี ฉันก็รับทุกอย่างที่มันเป็นได้ทั้งนั้น”พ่อศรัณย์เอ่ยเสริมขึ้น
“.....................”ชายมีอายุไม่เอ่ยอะไรออกมา มองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนเองสลับกับเจ้าเด็กหนุ่มตัวขาวจัด เด็กทั้งสองคนตรงหน้าจับมือกันไว้ไม่ปล่อย ทำท่าทางราวกับกลัวว่าเขาจะพรากอีกฝ่ายให้ต้องจากไปจริงๆอย่างนั้นแหล่ะ ....
“ก็ได้ๆ มาเจอกันได้แต่ห้ามมาค้างที่นี่ ต้องเจอกันในสายตาของผู้ใหญ่เข้าใจไหม”ยอมอ่อนข้อให้คนทั้งคู่ในที่สุด แต่แววตาของผู้มีอายุยังคงฉายแววไม่ชอบใจส่งไปให้เด็กหนุ่มตัวขาว ร่างสูงจึงรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบในเวลาอันใกล้นี่แน่ๆ แต่อย่างน้อยความสัมพันธ์นี้ก็ไม่ต้องแอบๆซ่อนๆอีกต่อไป จะทำอะไรก็คงสะดวกขึ้น แล้วค่อยๆใช้เวลาพิสูจน์ความรักให้พ่อตายอมรับแล้วกัน
“ขอบคุณครับ”ร่างสูงยิ้มหน้าบานทันทีแล้วไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ทั้งสามคน หันหน้ามาโปรยยิ้มโล่งอกให้ร่างบอบบางข้างกายจนทำให้ร่างเล็กต้องยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เห้อ .... นึกว่าจะโดนฆ่าตายตรงนั้นซะแล้ว”หลังจากรอดพ้นออกมาจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัด ร่างสูงก็จูงมือนิ่มออกมาเดินเล่นที่สนามหน้าบ้าน บรรยากาศร่มเย็นทำให้จิตใจของคนทั้งคู่ที่กำลังโล่งอกรู้สึกปลอดโปร่งและอิ่มเอมใจ
“นึกว่าพ่อจะจับแยกไม่ให้เจอกันด้วยซ้ำ”ร่างเล็กเอ่ยบอกความรู้สึกออกมา
“ตอนจับมือเมื่อกี้ชามือสั่นจนรู้สึกได้เลย”ร่างสูงหยุดก้าวเดินแล้วจับมือนุ่มยกขึ้นมาแล้วค่อยๆบรรจงจูบลงไปเบาๆ ดวงตาคู่สวยระยิบระยับไหวบ่งบอกว่ามีความสุขและเขินอายไม่น้อย
“ก็กลัว .... กลัวจะไม่ได้เจอกัน”
“ไม่ยอมหรอก บอกแล้วไงถ้าโดนขัดขวางจะพาหนี .... หึหึ”
“ต้องตายแน่ๆถ้าถูกตามเจอ”
“อย่างนี้ก็ต้องเตรียมการล่วงหน้าไว้ให้ดีๆแล้วล่ะ ...... พ่อเชนยังไม่ยอมง่ายๆหรอกดูจากสายตาที่มองแล้ว ท่าจะยังไม่จบง่ายๆ ฮู่วววว”ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ทนหน่อยนะ”
“คร้าบบบ ...... อยากได้ลูกเขาก็ต้องอดทนฝ่าด่านให้ได้ ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยๆ”พูดไปก็ต้องหลบฝ่ามือที่ฟาดลงมาของคนร่างเล็กไปด้วย ร่างสูงหัวเราะชอบใจขณะทำเป็นหนีฝ่ามือเล็กๆที่ทั้งทุบทั้งตามหยิกเขาไม่หยุด
“พูดให้มันดีๆให้เข้าหูหน่อย ถ้าพ่อมาได้ยินโดนสั่งห้ามมาบ้านไม่รู้ด้วย”ร่างเล็กต่อว่า
“จะให้ดียังไงล่ะครับ อยากได้ลูกเขามาเป็นภรรยาก็ต้องอดทนหน่อยอย่างนี้น่ะหรอ อูยยย ... เจ็บนะคชา”โดยหยิกแรงๆเข้าที่ท้องน้อยทำเอาร่างสูงน้ำตาแทบเล็ด
“น่าโดนพ่อตบอีกข้างไหมเนี่ย”
“หูยยย พ่อเชนมือหนักเป็นบ้าเลย ขนาดตอนพ่อรัณตบยังไม่เจ็บขนาดนี้เลยนะเนี่ย ตอนนี้หน้าต้องแดงเป็นรอยห้านิ้วแน่ๆ ....”ร่างสูงบ่นอุบอิบทำให้มือเรียวยกขึ้นแตะใบหน้าข้างที่ถูกตบ ยังคงเป็นรอยฝ่ามือพิฆาตฉายชัดให้เห็นอยู่ ใบหน้าเรียวเล็กเลยฉายแววรู้สึกผิด
“แดงเถือกเลย ..... เจ็บมากไหม เดี๋ยวทายาให้”ดวงตาคู่สวยฉายแววเป็นห่วงอย่างไม่ปิดบังทำให้คนขี้สำออยถึงกับยิ้มออกมาไม่หุบ
“ไม่ต้องทายาหรอก แค่ชาเสกคาถาเดียวให้ก็หายเจ็บเป็นปลิดทิ้งแล้ว”พูดแล้วจับแขนเรียวพร้อมกับขยับกายเข้าใกล้
“คาถา ..... ไม่ใช่พ่อมดสักหน่อยจะเสกคาถาได้ไง”พูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ มองสบตาคู่นั้นอย่างงงงัน
“นั่นสิ ทั้งที่เป็นคนธรรมดาแต่ทำไมเหมือนมีเวทมนต์ทำให้หายเจ็บหายกลัวทุกอย่างบนโลกนี้ได้นะ”มือหนาแตะใบหน้าเรียวเล็กอย่างอ่อนโยน สายตาเสน่หาที่มองร่างเล็กทำเอาคนถูกมองหน้าขึ้นสีเรื่ออีกครั้ง เข้าใจแล้วว่าความรักมันมีมนต์สะกดให้ตรึงสายตาไว้กับอีกฝ่ายจนไม่กล้าผละไปไหน
“.................”ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆโน้มลงมาเรื่อยๆหมายจะเข้าช่วงชิงความหอมหวานนี้อีกครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ กลีบปากที่แตะสัมผัสกันอย่างช้าๆค่อยบดขยี้ริมฝีปากอีกฝ่ายให้เผยออ้ารับลิ้นร้อนเข้าไปช่วงชิงความหวาน อ่อนหวานเสียจนแทบละลายยืนต่อไปไม่ไหว แขนเรียวจึงยกขึ้นโอบรอบคอร่างสูงไว้เพื่อยึดกายตัวเองให้ยังยืนได้อยู่ วงแขนหนาจึงเข้าสวมกอดรอบเอวบางขณะกระชับตัวเข้าหากันและกันจนส่วนหน้าไม่มีที่ว่างให้อากาศเข้าแทรกกลาง หลงใหลอีกฝ่ายจนลืมไปว่าที่ๆพวกเขายืนอยู่มันอยู่ในที่ๆพวกผู้ใหญ่สามารถสังเกตเห็นได้
“ไอ้เต๋าาาาาาาาา!!!!!!!!”เสียงเรียกชื่อทำเอาร่างเล็กต้องรีบผลักอกหนาให้ออกห่างอย่างฉับพลัน ร่างสูงที่กำลังเคลิ้มก็ทำได้แต่มองกลีบปากแดงช้ำอย่างอาวรณ์แล้วยกมือขึ้นเช็ดคราบความหอมหวานออกอย่างเสียดาย
“...............”คนทั้งคู่พูดอะไรไม่ออก มองเห็นพ่อคเชนทร์เดินอาดๆตรงมาที่ทั้งสองก่อนจะดันร่างบอบบางของลูกชายตัวเองให้ไปยืนข้างหลัง
“ฉันยังไม่อนุญาตให้แกทำอะไรตามใจในบ้านหลังนี้ และข้อเสนอ 30% ยังคงมีอยู่เพราะฉะนั้นแกอย่าคิดว่าฉันอนุญาตให้มาเจอกันได้แล้วอะไรๆมันจะง่าย ...... นี่มันแค่การเริ่มต้นของเท่านั้น จำเอาไว้ด้วย”พ่อเชนพูดรัวๆใส่ร่างสูงด้วยสีหน้าโหดเอาเรื่อง
“พ่อใจเย็นๆ”ร่างเล็กเขย่าแขนบิดาอย่างขอร้อง
“ขึ้นบ้านไปได้แล้วคชา วันนี้หมดเวลาเจอกันแล้ว เข้าใจไหม .....”สั่งร่างเล็กเสียงดุทั้งยังหันไปทำหน้าบึ้งใส่ลูกชายอีก เห็นอย่างนั้นคชาที่กลัวจะไม่ได้เจอกันอยู่แล้วก็ยิ่งขวัญเสียเข้าไปใหญ่ มองร่างสูงอย่างกับจะร้องไห้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดใจเดินเข้าบ้านไป
“แกก็กลับไปได้แล้วเจ้าเต๋า เอาเวลาที่จะมาหาลูกชายฉันไปทำยอดให้บริษัทจะดีกว่าไหม ..... 30% ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะใน 1 เดือน”คนมีอายุพูดอย่างเย้ยหยันใส่เด็กหนุ่มตรงหน้า
“ทำแบบนี้ไม่กลัวคชาจะเสียความรู้สึกกับคุณพ่อของเขาหรอครับ ..... ตอนนี้คชายังไม่ยอมพูดอะไรให้พ่อเชนรู้สึกไม่ดี แต่ถ้าบีบบังคับพวกเรามากเกินไป พวก ....”
“กลับบ้านไปได้แล้ว!! เรื่องนี้ฉันไม่ต้องการคำแนะนำ ฉันจะตัดสินใจเองคนเดียว”คำพูดดื้อรั้นตามประสาคุณพ่อขี้หวงทำให้ร่างสูงเลือกที่จะไม่เก็บมาใส่ใจดีกว่า จะว่าไปเขาก็ควรหันไปทุ่มกับการบริหารบริษัทให้มันดีขึ้น ทำให้ทุกคนเห็นว่าเขาจริงจังและพยายามเพื่อความรักครั้งนี้มากแค่ไหนดีกว่า ดังนั้นจึงยอมยกมือไหว้แล้วถอยทัพกลับบ้านไปโดยง่าย
“ลานะครับ ไว้พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”
“ไม่มาเลยก็ดีนะ เอาเวลาไปดูแลบริษัทจะดีซะกว่า”คำพูดกระแนะกระแหนตามหลังมามันเป็นแรงผลักดันให้ร่างสูงยิ่งต้องพยายามให้มากขึ้น ถ้าท้อตั้งแต่เริ่มตอนนี้ .... ความรักครั้งนี้อาจหลุดลอยไปได้โดยง่าย เพราะฉะนั้นคำปรามาสที่ได้รับเหล่านี้เอามันมาเป็นแรงผลักดันให้เขาพยายามต่อไปจะดีกว่า

เวลาหมุนผ่านเลยไปอย่างเชื่องช้า จากวันเลื่อนไปเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์หมุนผ่านเลยไปจนจะครบ 1 เดือนตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ ร่างสูงทุ่มทั้งแรงกายแรงใจให้กับการบริหารบริษัทที่ครั้งหนึ่งมันเคยล้มละลายไปแล้ว ตอนนี้เขาใส่สูทและนั่งแท่นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงเต็มตัวโดยมีพ่อศรัณย์คอยช่วยเหลือและสอนเขาในทุกๆเรื่อง หลายปีที่เติบโตมาเขาไม่เคยจับหรือทำงานอะไรมาก่อน การทำครั้งแรกในชีวิตก็ต้องเจอกับศึกใหญ่พ่วงกับตำแหน่งใหญ่โตที่ต้องรับผิดชอบชีวิตพนักงานหลายร้อยหลายพันชีวิตเสียแล้วจึงทำให้ตอนนี้ความคิดความอ่านของร่างสูงเปลี่ยนไปมาก จากคนเกเรเสเพลไม่เอาถ่าน ..... ผ่านมาจนวันนี้กลายเป็นผู้บริหารหนุ่มไฟแรงที่ถูกจับตามองอันดับต้นๆของวงการธุรกิจไทย
“พักก่อนไหมเจ้าเต๋า ข้าวเช้าจนตอนนี้จะเวลาอาหารเย็นแล้วแกยังไม่แตะสักคำเลยนะ”ผู้เป็นพ่อเอ่ยเตือนลูกชายที่ทุ่มทำงานอย่างบ้าคลั่งจนเขากลัวมันจะน๊อกเอาสักวัน
“เดี๋ยวผมไปกินที่บ้านคชาเลยครับพ่อ”ไม่ยอมเงยหน้าจากกองเอกสารมาตอบสักนิดทำให้บิดาได้แต่นึกห่วงอยู่ในใจ ไอ้ความพยายามขนาดนี้มันก็ดีอยู่หรอกแต่มันแย่ก็ตรงที่ไม่ยอมดูแลตัวเองเลยนี่สิ ต่อให้พูดให้บ่นแค่ไหนก็ไม่ฟังแถมยังจะโหมทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
คนเดียวที่พอจะบอกและปรามเจ้าลูกชายคนนี้ได้ตอนนี้ก็เห็นจะมีเพียงคนเดียว ...... ก็จะใครซะอีกถ้าไม่ใช่ว่าที่ลูกสะใภ้ที่ไอ้เจ้าเต๋ามันกำลังทุ่มสุดตัวเอาชนะพ่อตาอยู่นี่ไง
คิดได้ดังนั้นบิดาจึงเดินออกมาจากห้องทำงานแล้วกดหมายเลขโทรศัพท์ตรงไปหาว่าที่ลูกสะใภ้ทันที รอสายอยู่ไม่นานเสียงใสๆก็รับ
“พ่อเองนะหนูคชา พ่อมีเรื่องจะรบกวนหนูหน่อย .................”

“มาอีกแล้ว!!”บนโต๊ะอาหารของบ้านอัญชุลีประดิษฐ์เมื่อพ่อคเชนทร์เห็นร่างสูงขาวจัดกำลังเดินเข้ามาก็บ่นออกมาอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงแสล็คสีดำพอดีตัวตรงเข้ามาที่ห้องอาหาร ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนแล้วเข้าไปยืนซ่อนด้านหลังเก้าอี้ของร่างบอบบาง
“ทานข้าวก่อนสิ”ร่างเล็กหันกายไปยิ้มหวานให้ก่อนจะชวนร่างสูงร่วมทานอาหารด้วยกันอย่างเอาใจ มองผู้ชายตรงหน้าที่เปลี่ยนไปจากช่วงเดือนก่อนมากตาไม่กระพริบ ร่างสูงผอมลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่ได้ดูโทรมหรือแย่อะไร ซ้ำยังดูหล่อเหลามาดนักธุรกิจมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นการพูดสายกับพ่อศรัณย์เมื่อช่วงบ่ายทำให้ร่างเล็กอดเป็นห่วงร่างสูงไม่ได้จริงๆ ก็เล่นโหมงานจนไม่กินข้าวตั้งหลายมื้อเสียขนาดนั้น โรคกระเพาะถามหาขึ้นมาจะทำยังไงล่ะทีนี้
“หิวอยู่พอดีเลย”บอกอย่างนั้นแล้วเคลื่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆร่างบอบบาง โปรยยิ้มเล็กน้อยทรงเสน่ห์ให้ร่างเล็กก่อนจะหันไปขอบคุณป้าศรีที่ตักอาหารให้
“หล่อขึ้นนะคะคุณเต๋า ใส่ชุดนี้แล้วสาวๆต้องหลงกันทั้งบริษัทแน่เลย”ป้าศรีพูดแซวทำให้ร่างสูงหัวเราะขำๆออกมาโดยไม่พูดขัดอะไร ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่ ..... พอจะเห็นสายตาพนักงานหลายคนที่มองเขาอย่างชื่นชมหรืออาจะมากกว่านั้นอยู่
“ทำอาหารเยอะจังนะครับ”เมื่อหันไปมองบนโต๊ะอาหารร่างสูงก็ถามขึ้นอย่างแปลกใจ
“วันนี้คุณคชาลงมาสั่งให้ทำเพิ่มค่ะ บอกว่าจะขุนคุณเต๋าให้อ้วน”ป้าศรีตอบพร้อมกับหัวเราะคิกคักกับคุณผู้หญิงของบ้านขณะที่ใบหน้าเรียวเล็กหันไปทำหน้างอนใส่คนทั้งสองที่พูดบอกซะหมดเปลือก
“ก็พ่อรัณบอกว่ามีคนไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เช้าเพราะมัวแต่ทำงานก็เลยเตรียมอาหารไว้ให้เยอะๆเผื่อคนมาฝากท้องบ้านนี้บ่อยๆจะหิว”พูดขึ้นลอยๆโดยไม่ยอมเอ่ยนามร่างสูง มือเรียวตักอาหารจากช้อนกลางมาใส่จานข้าวของร่างสูงอย่างรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ชอบกินอะไร
“ขอบคุณครับว่าที่ภรรยา”หันไปกระซิบขอบคุณให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ใบหน้าเรียวที่ขึ้นสีเรื่อทำให้รู้ได้เป็นอย่างดีว่าร่างสูงคงกระซิบคำอะไรที่มันชวนเขินเป็นแน่ ก็หน้าคนร่างเล็กมันแดงซ่านฟ้องชัดซะขนาดนั้น
“อะแฮ่ม ..... แล้วตอนนี้งานที่บริษัทเป็นยังไง”พ่อเชนกระแอมไอขัดขึ้นทำให้ร่างสูงถอยใบหน้าออกห่างจากร่างเล็กไปนั่งตัวตรงอย่างกับรู้หน้าที่
“ก็ยุ่งๆครับ ผมกำลังพยายามทำเต็มที่อยู่”
“หึ ..... หลายคนนะที่บอกว่าพยายามเต็มที่แต่ผลที่ได้กลับออกมาตรงข้ามน่ะ”พูดบอกอย่างนั้นแล้วตักอาหารใส่จานตนเองอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณก็ ...”คุณผู้หญิงพยายามปรามสามี
“ก็มันจริงนี่คุณ ..... แต่งตัวหล่อเหลาไปบริษัท ได้ข่าวพนักงานกรี๊ดกร๊าดกันน่าดูเลยนี่ แล้วไม่สนใจสักคนรึไง”เอ่ยถามด้วยสีหน้าเหมือนอยากจะรู้จริงๆแต่ร่างสูงก็รู้ดีว่าพ่อเชนกำลังมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง
“พนักงานก็คือคนที่ช่วยบริหารบริษัทเหมือนกันครับ ถึงจะเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆแต่ถ้าเขามีปัญหาผมก็พร้อมจะให้ความสนใจกับปัญหาของเขาทุกคน”ตอบกลับมาอย่างมีชั้นเชิงทำให้คนมีอายุไม่กล่าวต่อความอะไรต่อนอกจากมีท่าทางไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
หลังจากทานอาหารและรับประทานของว่างเสร็จเรียบร้อย ผู้ใหญ่ทั้งสองคนก็ปลีกตัวขึ้นห้องไปทิ้งเด็กหนุ่มทั้งสองคนไว้ที่ชั้นล่างเพียงลำพัง ที่ยอมให้อยู่อย่างนี้ได้ก็เพราะคุณแม่กานดาเอ่ยขอร้องพ่อคเชนทร์ว่าให้คนรักกันเขาได้มีเวลาอยู่ด้วยกันส่วนตัวบ้าง อย่าไปจ้องจับผิดตลอดเวลา..... เพราะอย่างนั้นพ่อคเชนทร์จึงได้ยอมขึ้นห้องไปโดยง่าย
“เห้อออออ ....”ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆหลังจากเอนกายเอกเขนกพิงตัวลงบนโซฟาเบทที่ห้องรับแขก
“เหนื่อยมากไหม”ร่างเล็กนั่งลงเคียงข้างแล้วจัดแจงปลดเนกไทด์ที่ผูกไว้หลวมๆออกให้จากคอเสื้อของร่างสูง
“อื้อ .... ขอกำลังใจหน่อยสิ”น้ำเสียงอ้อนบวกกับใบหน้าขาวจัดกำลังมองใบหน้าเรียวอย่างต้องการ
“อีกไม่กี่วันก็จะครบเดือนแล้วนะ .... ทนหน่อย”ร่างเล็กว่าแล้วเป็นฝ่ายขยับกายขึ้นไปนั่งบนตักหนา ทำเอาร่างสูงยิ้มแก้มแทบปริ
“จะเดือนแล้วที่ไม่ได้กอดชา .... ทรมานจะเป็นบ้าแล้วเนี่ย”สวมกอดเอวเล็กให้เข้ามาแนบกาย สัมผัสที่โหยหาทำเอาร่างสูงแทบกระเจิดกระเจิงกับแค่การใกล้ชิดกันแค่นี้
“อีกไม่กี่วันเอง”พยายามบอกให้อีกฝ่ายอดทนหน่อย
“ขอสักนิดได้ไหม”อ้อนแล้ววางปลายคางลงบนไหล่มน
“..............”ร่างเล็กมองสบตาอ้อนวอนนั้นอย่างชั่งใจ แน่นอนอยู่แล้วว่าถ้าได้สบตาทุกอย่างในโลกนี้อะไรที่ร่างสูงขอร่างเล็กก็ยอมให้ได้หมดนั่นแหล่ะ
“อื้อ ... เดี๋ยวพ่อมาเห็น”จูบดูดดื่มตอบกลับกันละกันอยู่เนิ่นนานก่อนร่างเล็กจะผละออกแล้วเอ่ยเตือน
“จึ๊!!!”ร่างสูงทำเสียงไม่พอใจทันทีแล้วพยายามข่มอารมณ์ที่มันประทุขึ้นตรงส่วนนั้น
“..............”ร่างเล็กมองคนตรงหน้าที่กำลังพยายามข่มกลั้นอารมณ์ตัวเองอย่างทรมาน เหลือบมองขึ้นไปที่บันไดก็ไร้วี่แววว่าจะมีใครปรากฏตัวออกมาดังนั้นจึงจับมือหนาให้ลุกขึ้น
“ห้องนั้น .....”ชี้ไปที่ห้องรับรองแขกที่ครั้งหนึ่งคนทั้งคู่เคยมีอะไรลึกซึ้งกัน
“ดะ ได้หรอ!!?”ถามอย่างแปลกใจแต่แววตากลับฉายแววดีใจออกมาชัดเจน
“ก็ได้ ....”ตอบอ้อมแอ้ม “แต่ว่าห้ามค้างนะ”
“จริงๆนะ!!”ร่างสูงถามย้ำอีกครั้งอย่างดีใจแล้วเข้าสวมกอดร่างเล็กพร้อมกับอุ้มยกตรงไปที่ห้องรับรองแขกทันที
“ฮ่าๆๆๆ”ร่างเล็กหัวเราะขำออกมาเบาๆกับท่าทางรีบร้อนนั้นของร่างสูง ถูกวางตัวลงบนที่นอนขนาดปานกลางภายในห้องที่มืดสลัวเพราะไม่ได้เปิดไฟไว้ด้วยกลัวว่าจะถูกจับได้
“ทำไมเดี๋ยวนี้ร้อนแรงจังนะคชา”ร่างสูงจูบลงที่ข้างริมฝีปากแล้วพูดถามออกมาเบาๆ
“ร้อนแรงตรงไหน ....?”ถามกลับงงๆ
“ก็ตรงที่ชี้ทางให้กระรอกเนี่ยแหละ”ปากก็พูดอยู่ใกล้ๆริมฝีปาก มือหนาก็ทำหน้าที่สำรวจเรือนร่างบอบบางไปด้วย เข้าบีบเคล้นหน้าอกบางจนมันแข็งเป็นไตคามือหนาแล้วค่อยๆถอดอาภรณ์ที่ขวางกันทั้งคู่ออกอย่างช้าๆแต่ก็ดูรีบร้อนอยู่ในที
“อื้อ .... หึหึ ....”หัวเราะคิกคักอยู่ใต้ร่างของร่างสูงอย่างน่ารัก ถึงแม้ไฟในห้องจะมืดสลัวแต่ภาพของคนน่ารักตรงหน้ากลับฉายชัดเต็มตาของร่างสูง
“อย่าน่าคชา .... ทำตัวน่ารักอย่างนี้เดี๋ยวจะลุกไม่ไหวนะพรุ่งนี้เช้า”เอ่ยเตือนด้วยสีหน้าจริงจัง
“หรออออ ...”แขนเรียวโอบรอบลำคอหนาแล้วทำท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวได้อย่างน่าลงทัณฑ์ทำเอาร่างสูงต้องรีบปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกจากร่างกายอย่างรวดเร็วแล้วนอนลงทาบทับร่างบอบบางจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิของกันและกัน
“ลุกไม่ไหวแน่คนช่างยั่ว”ว่าอย่างนั้นแล้วแยกขาเรียวออกกว้างก่อนจะแทรกตัวเข้าบดขยี้ ขยับไหวกายไปมาเพื่อกระตุ้นอีกฝ่ายจนร่างเล็กเริ่มบิดเร่าทั้งๆที่ยังไม่ได้ส่งกายร้อนเข้าไปภายใน
“อื้อ .....”เสียงครางหวานทำเอาสติร่างสูงกระเจิง บดริฝีปากไปตามร่างกายขาวนวลยวนตาอย่างรุนแรงคละเคล้าอ่อนโยน รอยสีกุหลาบจึงถูกแต่งแต้มไปตามร่างกายที่ริมฝีปากอุ่นร้อนลากผ่าน
“ฮ่า .... อ่ะ”มือหนาเข้ากอบกุมส่วนกลางลำตัวของร่างเล็กแล้วจัดการขยับรูดไหวกระตุ้นอารมณ์คนใต้ร่างอย่างชำนาญ มืออีกข้างก็บีบเคล้นหน้าอกบางอย่างร้อนแรง
“อื้อ .... อื้อ ...อ่ะ”เสียงหวานครางดังกระตุ้นร่างสูงให้ร้อนแรงมากขึ้นไปอีก จังหวะรูดแก่นกายค่อยๆทวีความร้อนแรงขึ้นอย่างช้าๆจนในที่สุดร่างเล็กก็ปลดปล่อยหยาดหยดความต้องการออกมาจนเลอะทั้งมือและหน้าท้องของร่างสูง
“ถึงไวไปไหมเนี่ย”เอ่ยแซวคนใต้ร่างที่ใบหน้ากำลังชื้นเหงื่อกาฬด้วยความสุขสม
“ฮื่อ .... ฮ่า .....”เสียงหอบหายใจเหนื่อยอ่อนยิ่งปลุกเร้าทำให้ร่างสูงเคลื่อนมือที่เลอะคราบรักไปที่ช่องทางหลัง กดนิ้วร้อนแทรกเข้าไปในช่องทางคับแน่น ได้ยินเสียงครางกระเส่าและสะโพกบางก็ยกขึ้นเล็กน้อยทำให้ร่างสูงทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น
ริมฝีปากอุ่นร้อนเข้าดูดกลืนยอดอกอูมที่ท้าทายสายตาเขาอย่างหิวกระหาย ร่างเล็กถึงกับบิดเร่าที่ถูกทำอย่างนั้น นิ้วร้อนถูกเพิ่มเข้าไปเตรียมการเพิ่มจาก 2 เป็น 3 อย่างชำนาญ ขยับเข้าออกพร้อมกับดูดกลืนยอดอกอย่างหิวกระหายยิ่งกระตุ้นอารมณ์ร่างบางจนใกล้จะเกินรับไหวจึงต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงครางของตนเองที่อาจจะดังเกินไปแล้วอาจมีใครมาได้ยินเข้า
“ฮ่า .... อื้ออออ .....อ่ะ”ถอนนิ้วร้อนออกแล้วจับท่อนเนื้อร้อนเข้าแทรกลึกในคราเดียวจนร่างเล็กกระตุกเกร็ง เผลอกัดมือกลั้นเสียงร้องจนมันเป็นรอยฟัน
“อื้อ .... แน่นไปหมดเลยคชา”เอ่ยบอกอย่างเสียวซ่านไม่ต่างกันเพราะถูกร่างเล็กบีบรัดจนแน่นไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยิ่งกระตุ้นให้ร่างสูงอยากร่วมรักกับร่างเล็กนี้เร็วๆ
“ฮ่า .....อ่ะ ...อา”เพราะอดทนมาเนิ่นนานร่างสูงจึงอดใจต่อไปไม่ไหวจัดการจับสะโพกเล็กแล้วสอดใส่กายเข้าออกอย่างช้าๆและทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ร่างบอบบางขยับไหวไปตามแรงกระทำ ใบหน้าเรียวส่ายไปมาจนผมสะบัด เสียงครางกระเส่าของคนทั้งคู่ดังแผ่วไปทั่วห้องกว้าง ทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆจากยากที่จะดับลงในค่ำคืนนี้
“อ่า .... ฮ่า .... อ่ะ ....อื้อ”เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะ ขาเรียวโอบกระหวัดรอบกายหนาอย่างกับจะควบม้าที่กำลังวิ่งทะยาน บดขยี้กายเข้าออกและรองรับทุกจังหวะที่ร่างสูงมอบให้ ร้อนแรงและเร่าร้อนจนร่างสูงคลั่งไคล้และหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น โหยหาร่างเล็กนี้ตลอดมาแต่ก็ต้องอดทนไว้ .... เมื่อได้ทำอย่างใจจึงลืมเลือนไปว่าไม่ได้ถนอมร่างบอบบางนี้เท่าไร่เลย เขาเผลอเอาแต่ใจทุกครั้งที่ได้ตักตวงความหอมหวานล้ำค่านี้ รู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้หัวใจคนๆนี้มาครอบครอง ดีใจและพอใจจนไม่ต้องการสิ่งอื่นใดอีกแล้ว ขอแค่ได้ครองครองหัวใจดวงนี้คนเดียวก็พอ
“อื้อ ... อ่า ... ไม่ ไม่ไหวแล้ว พร้อมกันนะชา”สอดใส่แก่นกายเข้าออกอย่างรุนแรงเร้าร้อนจนร่างเล็กโยกไหวกายสั่นคลอน ใบหน้าเรียวบิดส่ายเต็มไปด้วยความเสียวซ่าน ยิ่งอารมณ์ปะทุใกล้จะถึงขีดสุดมากเท่าไหร่ก็แทบจะปิดกลั้นเสียงร้องต่อไปไม่ไหว กัดหลังมือตนเองจนเป็นรอยชัดเหมือนมันจะขาดออกจากกัน.ให้ได้
“อื้อออ ฮ่า ... ไม่ไหว .... อ่ะ ... อ่ะ .... อ่า .....”ขยับกายโยกไหวเข้าออกไม่กี่ครั้งร่างสูงก็ต้องกระตุกกายบ่งบอกว่าถึงฝั่งฝันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างเล็กจึงปล่อยมือออกจากการปิดปากแล้วยกขึ้นโอบกอดอีกฝ่ายแน่น รู้สึกอุ่นวาบไปทั่วหน้าท้องเพราะคราบรักถูกปลดปล่อยสู่ภายใน
“อื้อ .....”หายใจหอบแฮ่กๆกันอยู่ทั้งสองฝ่ายแต่ไม่มีใครยอมผละตัวออกห่างจากกัน หลังจากปรับลมหายใจเป็นปกติร่างสูงก็พลิกกายลงนอนเคียงข้างร่างเล็กที่เหงื่อชุ่มไปทั่วตัวและใบหน้า ตัวร่างสูงเองก็เหงื่อไหลชโลมกายไม่ต่างกันเพราะว่าแอบเข้ามาในห้องนี้พวกเขาจึงไม่กล้าแม้กระทั่งจะเปิดไฟหรือเครื่องปรับอากาศ
“สุดท้ายก็ต้องแอบมีอะไรกันอยู่ดี หึหึ”ร่างสูงเอ่ยขึ้นแล้วหัวเราะขำออกมาเบาๆ ตะแคงกายนอนชันแขนขึ้นแล้วมองใบหน้าเรียวเล็กที่ดูจะเหนื่อยอ่อนเล็กน้อยทั้งๆที่วันนี้เขาไม่ได้ล่วงเกินมากมายหลายรอบด้วยซ้ำ
“พ่อรู้ต้องตายแน่ๆเลย”ร่างเล็กพูดขึ้นพร้อมกับปัดเหงื่อออกจากใบหน้าแล้วนอนตะแคงข้างหันมามองร่างสูง ต่างคนต่างนอนหันหน้าเข้าหาอีกฝ่าย แม้ไฟจะมืดสลัว .... แต่ก็ยังคงมองเห็นแววตาของอีกฝ่ายได้ดี
“หึหึ ..... ฮ่าๆๆ”พอมองหน้ากันได้สักพักต่างฝ่ายก็หัวเราะและยิ้มให้กันอย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้แต่ว่าสิ่งที่แอบทำไปมันอาจจะทำให้ถูกดุได้ แต่ไม่รู้ทำไมพอมองหน้าของอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้กันแค่นี้แล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ไม่มีเหตุผลจะอธิบายว่าหัวเราะทำไม
“ได้กอดอย่างนี้ต่อให้ตายก็ยอม”พอหัวเราะกันพอแล้วร่างสูงก็แตะปลายคางเรียวไว้แล้วพูดประโยคเลี่ยนๆออกมา คนที่ฟังก็ต้องหน้าแดงไปตามระเบียบ ร่างสูงรู้จุดอ่อนของร่างบอบบางดีว่าขี้อายกับสายตาและคำพูดของเขาขนาดไหน ดังนั้นจึงชอบพูดและทำให้คนตัวเล็กหน้าแดง
“เดี๋ยวได้ตายจริงๆหรอกลุกขึ้นแต่งตัวกลับบ้านไปได้แล้ว พ่อเห็นรถยังไม่กลับเดี๋ยวจะสงสัยแล้วลงมาดูนะ”ร่างเล็กว่าแล้วเตรียมจะลุกขึ้นหันไปหยิบผ้าห่มมาหุ้มกายไว้ก่อนจะลงจากเตียง ถึงจะมีอะไรกันหลายครั้งจนนับครั้งไม่ถ้วนแต่ก็ยังอายอยู่ดีที่จะเปิดเผยร่างเปลือยเปล่าต่อหน้าคนๆนี้
“แต่งตัวให้หน่อยสิ”เอ่ยเย้าแหย่ให้อีกฝ่ายหน้าขึ้นสีอีกครั้งก็ต้องหัวเราะสนุกออกมาเบาๆเมื่อเจอค้อนงามๆแจกมาให้ คชาน่ารักขนาดนี้โดนพ่อตาตบหน้าอีกสักทีเขาก็ยอมนะ ฮ่าๆๆๆ
“กลับแล้วนะ”พอแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยร่างสูงก็พาร่างเล็กเดินออกมาที่จอดรถแล้วเอ่ยบอก แต่ก็ไม่ยอมขยับกายไปขึ้นรถเสียที
“กลับดีๆล่ะ ....... แล้วไม่รีบไปเล่า”ร่างเล็กบอกแล้วมองซ้ายมองขวาอย่างเป็นกังวล กลัวคุณพ่อสุดโหดจะลงมาเฉาะกบาลคนตรงหน้าเสียเหลือเกิน
“ก่อนไปต้องทำยังไง ...?”ยื่นแก้มพร้อมกับทำแก้มป่องๆมาตรงหน้าคนตัวเล็ก
“เดี๋ยวพ่อมาเห็น รีบไปได้แล้ว”ไม่ยอมหอมให้ตามที่ขอ ร่างสูงจึงทำหน้าไม่พอใจ ตรงเข้ากอดรัดร่างเล็กไว้อย่างเอาแต่ใจทันที ทั้งกอดทั้งหอมโดยที่ใช้อ้อมแขนพันธนาการอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
“ไม่หอมก็ไม่กลับ”พูดอย่างเอาแต่ใจแล้วก้มลงสูดดมกลิ่นหอมจากกายบาง
“เต๋าปล่อยนะ เดี๋ยวพ่อเห็น! ......... ก็ได้ๆ ยื่นแก้มมาสิ”ยอมจำนนในที่สุด ร่างสูงจึงเผยรอยยิ้มถูกใจออกมา กอดร่างเล็กไว้อย่างเดิมแล้วยื่นแก้มลงให้อีกคนหอม
จุ๊บ ....
สัมผัสเร็วๆที่ข้างแก้มทำให้ร่างสูงทำหน้าไม่พอใจ ยังคงกอดรัดพันธนาการอีกฝ่ายไว้อย่างนั้นไม่ยอมปล่อยเพราะคนในอ้อมกอดทำไม่ถูกใจ ใบหน้าขาวจัดจึงยังคงก้มลงยื่นให้อีกฝ่ายหอมจนกว่าจะพอใจ
“คนเอาแต่ใจ”ร่างเล็กบ่นอุบอิบแล้วบรรจงฝังจมูกลงที่ข้างแก้มของร่างสูงแรงให้คนตรงหน้าได้สมใจ ทำข้างหนึ่งเสร็จร่างสูงก็เปลี่ยนด้านแล้วทำท่าว่าข้างนี้ด้วย ตาเล็กๆคู่นั้นเบิกกว้างอย่างอยากจะประท้วงแต่ก็คิดได้ว่าประท้วงไปก็เท่านั้น ร่างสูงเวลาอยากได้อะไรจะเอาแต่ใจจนกว่าจะได้สิ่งนั้นมา
ฟอดดดดดดดด
“กลับได้แล้ว!!”
“ชื่นใจ”ร่างสูงพูดด้วยใบหน้าทะเล้น ยังคงกอดพันธนาการร่างเล็กนี้อยู่ สายตาที่มองกันและกันเต็มไปด้วยความรักที่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้
“เป็นงี้เรื่อยเลย เดี๋ยวเถอะ!!”ร่างเล็กว่าอย่างนั้นแต่ไม่ผละตัวออกห่างทั้งที่รู้ว่าตอนนี้ร่างสูงกอดตนไว้หลวมๆ
“ฮ่าๆๆ คราวหน้าไปค้างที่บ้านฉันบ้างนะ พ่อรัณบอกให้ลองไปนอนดูเผื่อจะติดใจ”พูดแหย่ร่างเล็กด้วยการก้มหน้าลงไปกระซิบบอกอย่างทะเล้น และแก้มใสก็แดงสุกปลั่งอย่างที่ร่างสูงต้องการ
เพล้ง!!
“ดึกดื่นมืดค่ำใครไปทำอะไรตรงนั้นวะ!! เดี๋ยวเจอลูกปืนสักลูกไหมหะ!! บ้านไม่มีให้กลับหรอวะ”แล้วเสียงจากสวรรค์ก็ดังขึ้นพร้อมกับกระถางต้นไม้ตกลงมาแตกจากระเบียงบ้านด้านบน ร่างเล็กรีบมายืนขวางร่างสูงไว้ทันทีกลัวว่าพ่อจะเอาปืนลูกซองยิงร่างสูงอย่างที่ขู่จริงๆ
“เอ่อ .... กลับ กลับแล้วครับ สวัสดีครับพ่อเชน แม่กาน”ร่างสูงพอเห็นปืนลูกซองยาวๆก็ถึงกับพูดติดขัด ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วผละตัวเดินขึ้นรถไป
“คชาขึ้นบ้านมาเดี๋ยวนี้!!”พ่อคเชนทร์ผู้แสนหวงลูกชายสั่งคำเดียวร่างเล็กก็เหลือบมองร่างสูงแวบหนึ่งก่อนจะรีบเดินเข้าบ้าน ได้ยินเสียงเครื่องยนต์สตาร์ทอยู่ครู่หนึ่งและไม่นานก็ขับทะยานออกไป ดังนั้นจึงค่อยๆเดินขึ้นบันไดเตรียมจะตรงไปที่ห้องนอนตัวเองแต่ประตูห้องของบิดาก็เปิดออกเสียก่อนทำเอาร่างเล็กหน้าถอดสีไปเลยทีเดียว
“ทำไมเจ้าเต๋ามันเพิ่งกลับ อยู่คุยอะไรกันนักหนา!!?”ถามอย่างไม่ชอบใจแถมน้ำเสียงก็ดุอยู่ไม่น้อย
“ก็ .... ก็คุยกันเรื่อยเปื่อยน่ะครับ”ตอบโดยที่ไม่กล้ามองหน้าเอาแต่บิดมือไปมาแล้วก้มลงมองเท้าตนเอง
“โกหกพ่อ พ่อรู้นะคชา!! อีกแค่ 4 วันยังทนกันไม่ได้ ..... งั้นพ่อสั่งห้าม 4 วันนี้ห้ามเจอกัน ห้ามติดต่อกันด้วยทั้งทางโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ท ถ้าพ่อรู้ว่าแหกกฎอีกคราวนี้จะไม่ได้เจอกันตลอดไปแน่ๆ!”โดนสั่งห้ามเด็ดขาดพร้อมกับบิดาเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาเก็บไว้กับตัวรวมทั้งยังบอกว่าจะดึงสายเน็ทออกพรุ่งนี้ทำเอาร่างเล็กน้ำตาร่วง
“4 วันเองคชา แม่ช่วยได้เท่านี้นะลูก .... พ่อเขาโกรธมาก ทำไมไม่ทนอีกนิดนะวัยรุ่นพวกนี้นี่”คุณแม่เข้าปลอบลูกชายที่ยืนน้ำตาร่วงอยู่หน้าห้อง
“............. แล้วถ้า 4 วันผ่านไปแล้วเต๋าทำตามที่พ่อบอกไม่ได้ล่ะครับแม่ พ่อจะห้ามให้พวกเราคบกันไหม ...?”กอดมารดาไว้แล้วร้องไห้ถามออกมาเงียบๆ เขากลัวเหลือเกินว่าพ่อจะกีดกันพวกเขาได้สำเร็จ
“แม่จะช่วยเอง ไม่ต้องกลัว .... ถ้าพ่อเขากีดกันนักแม่จะให้หนูหนีไปกับพี่เขาเลย โอเคไหม แม่จะช่วยจัดการเรื่องนี้เอง ... พ่อเราเขาต้องเจอไม้แข็งเข้าสักครั้งถึงจะรู้สึก เรายอมอ่อนข้อให้เขาเกินไปแล้วถ้าพ่อยังดื้อแบบนี้แม่จะช่วยหนูหนีเอง”
“ฮ่าๆ แม่จะให้ผมหนีไปกับเต๋าหรอ”ร่างเล็กหลุดหัวเราะขำออกมาพร้อมกับเช็ดน้ำตาอย่างขำๆ
“อื้อ”พยักหน้ารับอย่างจังจังทำให้รู้ว่าแม่เอาจริง เล่นเอาร่างเล็กตาโตอย่างตกใจทันที
“.............”
“เข้านอนเถอะ รออีก 4 วันก็รู้แล้วล่ะว่าจะเป็นยังไงต่อไป ฝันดีนะลูก”มารดาผู้แสนอ่อนโยนจูบลงที่กลุ่มผมดกดำของบุตรชายเบาๆก่อนจะเดินกลับเข้าห้องไป ร่างเล็กจัดแจงทำความสะอาดร่างกายก่อนจะมาล้มตัวลงนอนที่เตียงทั้งที่ตายังเบิกโพลงเพราะกำลังใช้ความคิดกับคำพูดของมารดา
“แปลว่าแม่จะให้เราหนีไปกับเต๋าหรอ ..... จริงหรอ .... บ้าน่า .... บ้า!”นอนคิดโน้นนี่อะไรอยู่คนเดียวได้สักพักก็ถูกความง่วงและความเหนื่อยอ่อนเข้าครอบงำจนหลับไปในที่สุดทั้งที่ยังคิดวนเวียนอยู่กับเรื่องเดิมๆไม่หยุด คิดมากจนร่างเล็กเก็บเอาไปฝันว่าได้หนีตามกันไปกับร่างสูงจริงๆ .....

การประชุมครั้งใหญ่ของบริษัทถูกจัดขึ้นหลังจากผ่านมาได้ 4 วัน ..... ถ้านับจำนวนวันแล้ววันนี้คือวันกำหนดเส้นตายของข้อเสนอที่ร่างสูงยอมตกลงทำตาม ร่างสูงที่นั่งแท่นอยู่ตำแหน่งผู้บริหารกำลังพยายามสงบจิตใจตัวเองอยู่เพียงลำพังภายในห้องทำงาน กำลังรอเวลาที่เลขาหน้าห้องจะเข้ามาเรียกให้ไปที่ห้องประชุม ..... 4 วันแล้วที่เขายังไม่ได้เห็นหน้าคนรักเลย เขาพอรู้ว่ากำลังโดนทำโทษที่ไม่ยอมห้ามใจทั้งที่เหลือเวลาอีกแค่ 4 วันแท้ๆ แต่จะทำยังไงได้กลับไปแก้ไขอะไรก็ไม่ได้ และถ้าถูกถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อ 4 วันก่อนยังจะทำแบบเดิมอยู่ไหม ...? เขาก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่ายังจะทำแบบเดิมอยู่!! ไม่มีเหตุผลให้อธิบาย ..... เวลาแค่น้อยนิดที่ได้อยู่ร่วมกับคนรักเขามีความสุขเสมอ ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าทำตามข้อเสนอไม่ได้ขึ้นมาระหว่างเขากับคชาต่อจากนี้จะเจอศึกหนักมากแค่ไหน
“บอสค่ะ ได้เวลาเข้าประชุมแล้วค่ะ”แล้วเลขาหน้าห้องก็เข้ามาบอกให้เขาลุกออกไปเผชิญหน้ากับคามจริง เวลา 1 เดือนที่เขาทุ่มสุดตัวพยายามเรียนรู้ทุกอย่างกำลังจะมาถึงบทสรุปในวันนี้ ไม่รู้ว่าผลมันออกมาเป็นยังไงแต่อย่างน้อยเขาก็ได้พยายามและภูมิใจที่เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเมื่อก่อนมาได้ถึงขนาดนี้ จะบอกว่าเป็นเพราะคชาคนรักของเขาก็ได้ ..... คนที่ทำให้เขายอมทำทุกอย่าง ทำให้เขากลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาจากแต่ก่อน .... แต่วันนี้นี่สิ ..... อดกังวลจนประหม่าไม่ได้จริงๆ
ที่ห้องประชุมตรงตำแหน่งหัวมุมสุดมีประธานบริษัทนั่งอยู่ ใบหน้าเคร่งขรึมบวกกับดวงตาเรียบเฉยที่มองมายังเขาตอนนี้ทำเอารู้สึกอยากจะกระโจนออกไปจากห้องแล้วรีบไปฉุดให้คชาหนีไปด้วยกันเสียเดี๋ยวนี้เลย คุณพ่อคเชนทร์ถึงจะไม่ได้เข้ามาดูแลบริษัทด้วยตนเองนานแล้วแต่วันนี้กลับเลือกที่จะมาเข้าประชุมเพื่อฟังการสรุปการทำงานของผู้บริหารคนใหม่อย่างเขา อันที่จริงคงอยากมาเพื่อหัวเราะเสียมากกว่าดูจากท่าทางร่างสูงก็พอจะรับรู้ได้แล้ว
“สวัสดีครับ”เมื่อนั่งลงประจำที่ร่างสูงก็ยกมือไหว้พ่อคเชนทร์
“หึ กองไว้ตรงนั้นแหละ”เป็นการสนทนาที่รับรู้ได้ดีว่าร่างสูงไม่ได้เป็นที่พอใจเลย
“พูดกับว่าที่ลูกเขยดีๆหน่อยไอ้เชน!!”พ่อศรัณย์เอ่ยบอกขณะเดินเข้ามาทันได้ยินบทสนทนาพอดี
“ใครยอมรับวะไอ้รัณ อย่ามาพูดอะไรมั่วๆ!!”
“รอดูผลเลยแล้วกัน หึหึ”พ่อศรัณย์พูดราวกับมั่นใจอะไรบางอย่างจนทำให้ร่างสูงอยากรู้ผลจนแทบจะนั่งไม่ติดแล้ว
“................................................. ผลการสรุปไตรมาสแรกในช่วง 3 เดือนแรก โดยมีคุณเศรษฐพงศ์หรือคุณเต๋าเข้ามาบริหารงานในช่วง 2 เดือนหลัง จากการสรุปยอดรายได้และการเติบโตของบริษัทแล้ว ขณะนี้บริษัทได้เติบโตขึ้นและเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทแนวหน้าของประเทศไทยได้อีกครั้งหนึ่ง ต้องขอขอบคุณความพยายามและทุ่มเทของคุณเต๋ามากครับ ถึงคุณศรัณย์คุณพ่อของคุณเต๋าจะบอกว่านี่เป็นการทำงานครั้งแรก แต่ผมและผู้ถือหุ้นทั้งหมดเห็นชัดแล้วว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ คุณเต๋ามีความสามารถบริหารบริษัทนี้ได้และทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วรวมทั้งเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วย”คำพูดของผู้เสนอรายงานทำให้ร่างสูงยิ้มออกมาได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังบีบมือตัวเองไปมาอยู่ใต้โต๊ะไม่หยุด เพราะเขากลัวกับจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ทำไว้เหลือเกิน กลัวมากว่ามันจะไม่ถึงอย่างที่พ่อคเชนทร์ต้องการ
“ผมขอสรุปเปอร์เซ็นต์การเติบโตของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกเลยนะครับ ...... จากกราฟที่ฉายทางมอร์นิเตอร์เห็นได้ชัดว่าบริษัทมีแนวโน้มจะเติบโตได้มากขึ้นอีก ตอนนี้เราเติบโตจากเมื่อไตรมาสก่อนถึง 27% ผมยกความดีความชอบให้คุณเต๋าเลยครับ บริษัทดีขึ้นได้ขนาดนี้เพราะมีคุณเต๋าแท้ๆ”เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วทั้งห้องประชุม ร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วค้อมศีรษะรับเสียงปรบมืออย่างมีมารยาทก่อนจะนั่งลงดังเดิม ใบหน้าขาวชาวาบไปหมดพอรู้ว่าทำไม่ได้อย่างที่ตกลงกันไว้
ถึงตอนนี้ใบหน้าจะยิ้มรับคำชมแต่เขาไม่ได้รู้สึกดีเลยสักนิด ..... เหลือบสายตามองพ่อคเชนทร์ที่ปรบมืออย่างดีใจจนออกนอกหน้าก็ยิ่งรับรู้ว่าความพยายามของเขาไปไม่ถึงที่ตั้งเป้าไว้ เหลืออีกแค่ 3% แท้ๆเลย ..... ทำไมทำไม่ได้วะ!!
“ทำได้ดีแล้วเจ้าเต๋า”พอออกมาจากห้องประชุมผู้เป็นพ่อก็ตบบ่าลูกชายอย่างภาคภูมิใจ
“อีก 3% เองครับพ่อ .... ทำไมผมทำไม่ได้ ......”โทษตัวเองออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเลยจนคนเป็นพ่อต้องตบบ่าอีกครั้งเพื่อให้กำลังใจ
“แกรู้ใช่ไหมว่าไอ้เชนมันยื่นข้อเสนอนี้ให้เพื่อทำให้แกท้อและตั้งใจจะให้ถอยห่างจากคชา ...... แต่แกไม่ได้ท้ออย่างที่มันหวังนี่แถมยังทำได้ดีอีกด้วย ถึงจะไม่ได้อย่างที่ตั้งเป้าไว้แต่เชื่อเถอะ เวลานี้ไม่ใช่เวลาจะมาโทษตัวเองที่ทำไม่ได้นะเจ้าเต๋า!! เวลานี้คือเวลาฉลองของแกกับหนูคชาที่แกพยายามได้ดีถึงขนาดนี้ต่างหาก”
“..............................”
“ไม่เอาน่า!! อย่าลังเลสิวะ แกคิดจริงๆน่ะหรอว่าถ้าทำไม่ได้แล้วแกจะยอมแพ้เรื่องหนูคชาน่ะ เตือนสติตัวเองได้แล้ว .... แกเคยพูดเอาไว้นี่ว่าถ้าทำไม่ได้แกจะพาคชาหนีไม่ใช่หรอ ถ้าไอ้เชนมันกีดกันนักก็พาหนีไปเลย พ่อจะช่วยแกเองไอ้เสือ ฮ่าๆๆๆ”อาจจะถูกมองว่าสปอยด์ลูกไปในทางไม่ดี แต่ตลอดชีวิตของเขาแทบจะไม่เคยสอนลูกชายคนนี้หรือให้อะไรดีๆแก่เจ้าเต๋ามันเลย ครั้งนี้เขาเลยอยากจะตามใจลูกชายดูสักหน่อย .... ทำเหมือนพ่อลูกทั่วๆไปที่บางครั้งก็เผลอสอนลูกไม่ถูกทางบ้าง เขาเชื่อว่าเจ้าเต๋าตอนนี้ไม่ใช่คนก่อนที่มีนิสัยแย่แล้ว ตอนนี้เป็นเจ้าเต๋าคนใหม่ที่ได้รับเสียงปรบมือดังเกรียวกราวในห้องประชุมที่เพิ่งจบไปต่างหาก
“ขอบคุณครับพ่อ”ในที่สุดร่างสูงขาวก็ยิ้มกว้างออกมาได้ เป็นยิ้มกว้างในรอบ 1 เดือนได้เลยมั้งที่พ่อศรัณย์ไมได้เห็น
“ช้าอยู่ทำไมเล่า ไปหาหนูคชาได้แล้ว ป่านนี้ชะเง้อคอหาแกแล้วมั้งเนี่ย”บอกลูกชายให้รีบไป ดังนั้นร่างสูงเลยรีบเร่งหมุนตัววิ่งไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปลานจอดรถทันที ไม่รีรอให้คนเป็นพ่อบอกซ้ำสอง เมื่อเห็นดังนั้นพ่อศรัณย์ก็ได้แต่ส่ายหัวขำๆ
“เหมือนพ่อตอนหนุ่มๆไม่มีผิด เลือดร้อนและไฟแรงอย่างนี้เลย”พ่อศรัณย์บ่นไล่หลังลูกชายไปพร้อมกับรอยยิ้ม

เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคันหรูดังเข้ามาจอดภายในตัวบ้านทำให้คนที่เฝ้ารออยู่ถึงกับยิ้มหน้าบานรีบเด้งตัวลุกจากโซฟาวิ่งตรงไปที่หน้าประตูทันที ร่างสูงขาววิ่งสวนเข้ามาทำให้คนทั้งคู่แทบจะชนกันโชคดีที่มือหนาโอบกอดร่างนิ่มบอบบางไว้ได้
“เป็นไงบ้าง ..... พ่อว่าอะไรไหม ...?”ร่างเล็กยกมือขึ้นเกาะร่างสูงไว้แล้วถาม
“ไม่รู้เหมือนกันยังไม่ได้คุยกับพ่อเชนเลย”ร่างสูงว่าแล้วดันไหล่บางให้ออกจากตัวเล็กน้อย มองหน้าคนรักด้วยสายตายากจะคาดเดาทำเอาร่างเล็กเป็นกังวลขึ้นมา
“ทำได้ไหม ..... ทำตามข้อตกลงได้รึเปล่า .... ทำไม่ได้หรอ .... ไม่เป็นไร .... ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ”ร่างเล็กพูดรัวเพราะกลัวจับใจกับสีหน้าและท่าทางของร่างสูงตอนนี้ ลุ้นก็ลุ้นกับคำตอบที่จะได้รับแต่ก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะ 30% ใน 1 เดือนนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ชา .....เราหนีไปด้วยกันไหม”คำถามตรงๆบวกกับสีหน้าจริงจังทำเอาร่างเล็กตกใจจนเบิกตากว้าง
“จะหนีไปไหนกัน!!!!!”เสียงโหดจากเจ้าของบ้านดังขึ้นทางด้านหลังทำเอาคนทั้งคู่ตกใจจนสะดุ้งโหยงเหมือนกับคนโดนจับได้ว่าทำความผิดไว้
“ปะ ... ป่าว ... เปล่าครับ ...มะ ไม่ได้จะไปไหนเลย”ร่างเล็กยกมือขึ้นโบกส่ายพัลวันแถมพูดจายังติดๆขัดๆ ถูกจับได้ไม่ยากเลยว่ากำลังโกหกอยู่
“มานี่เลยทั้งคู่ ตามไปคุยกันข้างใน”น้ำเสียงเรียบๆและท่าทางนิ่งขรึมจากพ่อทำให้คนทั้งคู่ต้องมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะเดินตามคนมีอายุเข้าไป
ภายในห้องโถงที่ตอนนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบชวนอึดอัดเพราะไม่มีใครกล้าพูดทำลายความเงียบ ร่างสูงยืนสงบนิ่งกำลังรอเวลาที่อาจจะโดนไล่ตะเพิดได้ทุกเมื่อขณะที่ร่างเล็กมองหน้าบิดาและคนรักไปมาสลับกัน ใบหน้าเรียวฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด ปากคู่สวยอ้าขึ้นเตรียมจะพูดอะไรอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำพูดอะไรออกมา ดังนั้นตอนนี้ในห้องจึงยังคงเงียบอยู่
“เจ้าเต๋า .... รู้ใช่ไหมว่าทำตามข้อตกลงไม่ได้ ถึงจะขาดไปอีกแค่ 3% แต่ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้”ในที่สุดคนอายุมากก็พูดขึ้นทำลายความเงียบ
“ครับ .... ผมทำตามที่ตกลงไม่ได้”ร่างสูงพยักหน้ารับคำ ใบหน้าขาวจัดฉายแววผิดหวังออกมาให้เห็น
“ทำไม่ได้ก็ต้องปล่อยวางจากลูกชายฉัน ..... กลับไปเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม”
“ผมทำแบบนั้นไม่ได้ .... จะทำความรู้สึกรักแบบคนรักให้เป็นพี่น้องไม่มีทางทำได้หรอกครับ”ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงแทบจะเว้าวอน ไม่ได้ก้าวร้าวหรือแข็งกระด้าง แต่เป็นน้ำเสียงขอร้อง .... ขอร้องให้เห็นใจความรักของพวกเขา
“พ่อ ....”ร่างเล็กตรงเข้าไปนั่งลงที่พื้นข้างบิดา ใบหน้าเรียวทำหน้าขอร้องให้บิดาเห็นใจความรักของพวกเขาเช่นกัน
“..................”
“อย่าขัดขวางพวกเราเลยนะครับพ่อ ชาจะไม่ขออะไรอีกแล้ว ขอแค่พ่อปล่อยให้พวกเราคบกันนะ”
“ผมอาจทำตามข้อตกลงไม่ได้แต่ผมก็พยายามเต็มที่แล้ว ถ้ามีโอกาสและเวลามากกว่านี้ผมจะทำให้บริษัทดีขึ้นกว่านี้แน่นอน”
“นะพ่อนะ .... ปล่อยให้เราคบกันนะ”ต่างคนต่างขอร้องคนมีอายุให้เห็นใจความรักของพวกเขา ใบหน้าที่ขึ้นริ้วรอยตามกาลเวลายังคงนิ่งงันราวกับจะไม่ฟังคำขอร้องใด
“.........................”
“ถ้าพ่อเชนเป็นผม พ่อเชนจะทำยังไงครับ ..... จะปล่อยมือจากคนรักทันทีที่พยายามแล้วไม่สำเร็จรึเปล่า พ่อเชนจะเลิกรักแม่กานไหมถ้ามีคนห้ามไม่ให้คบกัน ...? สำหรับผม ถ้าผมรักใครต่อให้พยายามแล้วล้มเหลวผมก็จะพยายามอีก จะพยายามจนกว่าจะไม่มีแรงทำต่อ”ร่างสูงถามคนมีอายุ
“ไม่ต้องมาพูดมากหรือเล่นลิ้นอะไรกับฉันเลยเจ้าเต๋า สรุปคือแกจะบอกว่าต่อให้ยังไงก็ยังจะดันทุรังคบกันต่อไปใช่ไหม หัวงอกหัวดำแกก็ไม่สนใจต่อให้ถูกห้าม เออ!! จะทำอะไรก็ทำ แต่ต่อไปนี้ให้อยู่ในกรอบ เข้าตามตรอกออกตามประตู ห้าม!! ห้ามทำลูกฉันเสียหายหรือร้องไห้ ลองแกทำดูสิฉันเอาเลือดหัวแกออกแน่รวมถึงพ่อแกด้วย ไอ้รัณน่ะ ... เข้าขากันดีนักนะทั้งพ่อทั้งลูก”คำพูดยาวเหยียดจากบิดาของร่างเล็กหลุดออกมาเป็นพรืดหลังจากนั่งเงียบฟังเด็กสองคนขอร้องอ้อนวอนอยู่นาน
“หมะ หมายความว่าพ่อเชนอนุญาตให้คบกันแล้ว .... ใช่ไหม ... ใช่ไหมครับฝ!!?”ร่างสูงตาเบิกกว้างแสดงออกอย่างชัดเจนว่าดีใจจนลิงโลด หันมองหน้ากับร่างเล็กก็ต้องยิ้มกว้างให้กันก่อนจะเผลอตัวโผเข้ากอดกันต่อหน้าต่อตาพ่อตา
“เห้ยยย!! ให้มันน้อยๆหน่อย ฉันยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้นะเว้ย!”พ่อเชนขึ้นเสียงทันทีแล้วทำหน้าโหดใส่ว่าที่ลูกเขย ร่างสูงยอมผละตัวออกจากร่างเล็กแล้วแทบจะคลานเข้าไปกราบขอบคุณว่าที่พ่อตาที่ยอมเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ได้คบกัน
“ขอบคุณครับพ่อ ขอฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกเขยเลยนะครับ”
“อย่ามาทะลึ่ง!!”ถึงจะยอมรับแต่ก็ใช้ว่าจะเปิดไฟเขียวผ่านตลอด ท่าทางจะยังมีอีกหลายยกระหว่างพ่อตากับว่าที่ลูกเขยอีกแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ยิ้มดีใจไม่หุบเข้านวดขาให้พ่อตาอย่างเอาอกเอาใจ มองใบหน้าเรียวเล็กอย่างรักใคร่ไม่ปิดบังทำให้คนที่ยืนอยู่ส่งยิ้มดีใจกลับมาให้เช่นกัน

หลังจากได้รับอนุญาตให้คบกันได้แล้วแต่ก็ยังมีกฎโน้นนี่นั่นตามมาอีกมาก แต่สุดท้ายร่างสูงก็พยายามพิสูจน์ให้พ่อตาได้เห็นทีละนิด แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ .... คนหวงลูกก็ยังเป็นคนหวงลูกอยู่วันยังค่ำ กว่าร่างสูงจะขออนุญาตพาคชาไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศส่วนตัวได้ก็ใช้เวลาขออยู่หลายวันเลยทีเดียว โชคดีที่แม่กานคอยช่วยอยู่อีกแรงไม่อย่างนั้นวันนี้คงไม่ได้อยู่ตามลำพังกันที่บ้านของแม่ศิราหรอก
“เข้าหน้าฝนแล้วเนอะ .... ฝนตกตลอดเลย”ร่างเล็กที่ยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่พูดบอกกับร่างสูงที่ถือแก้วโกโก้ร้อนมาให้
“อื้อ ไม่รู้จะตกทั้งวันรึเปล่า”ร่างสูงตอบพร้อมกับสวมกอดเอวเล็กจากทางด้านหลัง วางคางลงบนไหล่เนียนอย่างออดอ้อนแล้วมองหยาดน้ำที่ไหลหยดผ่านหน้าต่างบานใส
“ไม่ได้ไปไหนกันพอดีถ้าตกทั้งวัน ภูกระดึงก็คงไม่ได้ไป”ร่างเล็กเปรยขึ้นแล้วยกแก้วโกโก้ร้อนขึ้นจิบ
“แต่ตกอย่างนี้ก็ดีจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ งานที่บริษัทก็กองเป็นภูเขาเวลาจะอยู่ด้วยกันเลยไม่ค่อยจะมี”ร่างสูงบ่นแล้วก้มลงหอมซอกคอเรียวจนทำให้ร่างเล็กย่นคออย่างจั๊กจี้
“พ่อบอกว่าห้าม .....”ร่างเล็กท้วง
“รู้แล้วๆ ห้ามล่วงเกินลูกชายสุดที่รักของพ่อคเชนทร์ระหว่างที่มาพักผ่อน”ร่างสูงพูดบอกด้วยโทนเสียงเดียวกับคนมีอายุเวลาออกคำสั่งทำให้ร่างเล็กหลุดหัวเราะขำออกมา
“ล้อเลียนพ่อเดี๋ยวก็โดนหรอก”ฟาดมือลงบนแขนขาวไม่แรงนัก
“ก็โดนตลอดอยู่แล้ว เกิดเป็นเต๋า เศรษฐพงศ์น่ะผิดตลอดแหละแต่คชา นนทนันท์ถูกเสมอ ดีเสมอ .... ฮ่าๆๆ”ร่างสูงพูดไปก็กลั้วหัวเราะขำไป
“ก็ชาเสียเปรียบ ...”
“คร้าบๆ รักหรอกนะถึงได้ยอมรับผิดตลอดเนี่ย”ร่างสูงว่าอย่างนั้นเลยทำให้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าเรียว
“ถึงจะผิดแต่ชาก็รักนะ”
“พูดจาน่ารักเดี๋ยวได้โดนจับกด”ร่างสูงทำเสียงขู่แล้วไล่งับเบาๆที่ไหล่เนียน
“ฮ่าๆๆๆ อย่าน่า หยุดเลย”รีบวางแก้วเครื่องดื่มลงแล้วหมุนตัวมาดันหน้าคนทะลึ่งตึงตังให้ออกห่างแต่ก็ถูกกอดรัดไว้แน่นจนหนีไปไหนไม่ได้
“ถ้าฝ่าฝืนกฎนี่จะโดนอะไรบ้างเนี่ย”ร่างสูงพูดขึ้นแล้วทำหน้าครุ่นคิดบวกพร้อมกับสายตากรุ่มกริ่มมองสำรวจเรือนร่างบอบบางอย่างมีเลศนัย
“สายตาแบบนี้ ..... อย่าเชียวนะ!”ร่างเล็กชี้นิ้วขู่ร่างสูงเพราะเห็นสายตาแล้วรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงไม่รู้
“กว่าจะได้อยู่กันสองต่อสองได้ ..... โดนทำโทษนิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอก”ย่างสามขุมจะเข้าไปหาคนร่างเล็กที่เอาแต่ถอยหลังหาทางหนีทีไล่ ก็ไม่ใช่อะไรหรอก .... พวกเขาเพิ่งมาถึงได้ไม่นานแล้วนี่มันก็เพิ่งบ่ายเองด้วยถึงแม้ฝนจะตกก็เถอะ คนอะไรจะรีบหื่นแต่หัววันอย่างนี้
“เต๋าบ้า!! ออกไปห่างๆเลยนะ”พอถูกจับได้ร่างเล็กก็ดิ้นขลุกขลักร้องโวยวายแข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก
“ฮ่าๆๆๆ เสร็จแน่”ทำเสียงหื่นแล้วเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย เห็นอย่างนั้นก็เลยร้องโวยวายมากกว่าเดิม
“อยู่ด้วยกันนี่คิดแต่เรื่องอย่างว่าอย่างเดียวเลยใช่ไหม!!? ปล่อยเลยนะจะกลับบ้าน ไอ้คนหื่นกาม!!”ร่างเล็กร้องโวยวายไม่หยุดดูผิดวิสัยเลยทำให้ร่างสูงเลิกแกล้งทำหน้าหื่น (?)
“ไม่ได้คิดแต่เรื่องนี้อย่างเดียวสักหน่อย ก็เพราะรักมากต่างหากเลยอยากกอดบ่อยๆ .... ไม่มีอารมณ์ก็ไม่ทำก็ได้ มานั่งคุยเล่นกันดีกว่า”ร่างสูงว่าอย่างนั้นแล้วกอดอ้อนร่างเล็กไปที่โซฟาตัวนิ่ม จัดการนั่งลงก่อนแล้วดึงมือนิ่มให้นั่งลงเคียงข้าง เปลี่ยนจากกอบกุมมือนิ่มมาโอบกอดเอวเล็กไว้หลวมๆแล้วทำตาใสซื่อไปง้อร่างเล็กที่กำลังทำหน้างอน
“ฉัตรไปไหน .... ยังไม่เห็นตั้งแต่มาเลย”งอนได้ไม่นานพอถูกทำหน้าออดอ้อนเข้าหน่อยก็ยอมปริปากพูดถาม
“ก็ให้มันมาเปิดบ้านไว้รอแล้วก็ไล่มันกลับบ้านมันไปแล้ว”ร่างสูงตอบ
“ทำไมชอบโหดกับฉัตรอยู่เรื่อย”ถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็แล้วทำไมชอบทำดีกับไอ้ฉัตรนักล่ะ”คำตอบที่ได้ทำให้ร่างเล็กรู้ทันทีว่าทำไมร่างสูงถึงได้โหดกับฉัตรนัก ฮ่าๆๆ ก็เพราะอารมณ์หึงนี่เอง
“ก็ฉัตรน่ารัก ไม่เอาแต่ใจเหมือนใครบางคน”แกล้งพูด
“เดี๋ยวจะไล่มันออกเลย!!”จะว่าไปร่างสูงนี่ก็หูเบาเหมือนกันนะเนี่ย พอเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะหึงอีกแล้วก็เลยหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดีทำให้ร่างสูงที่มีสีหน้าบูดบึ้งส่งสายตาดุๆมามองอย่างไม่พอใจ
“ไล่ออกจริงๆนะ ไม่ได้พูดเล่น”ทำเสียงไม่พอใจจริงๆเลยทำให้ร่างเล็กต้องกลั้นหัวเราะไว้แล้วใช้มือนิ่มแตะใบหน้าที่กำลังบึ้งตึง
“อ้าว .... คนหล่อหายไปไหนแล้วเนี่ย ทำไมเห็นแต่คนหน้าบูดเป็นตูดลิงซะแล้ว”ง้อร่างสูงเหมือนกับง้อเด็กๆ มือนิ่มจับส่ายใบหน้าหล่อขาวไปมาช้าๆพร้อมกับส่งรอยยิ้มน่ารักไปให้ จากใบหน้าบึ้งตึงก็ค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็น ไม่นานก็กลายเป็นรอยยิ้มกว้างที่ร่างเล็กหลงใหล
“ง้อแฟนใครเขาให้ง้อแบบนี้กัน”ว่าแล้วก็จับคนตัวเล็กเข้ามากอดรัดพันธนาการไว้แน่นหนาอย่างหมั่นเขี้ยว ใบหน้าเรียวจึงคว่ำขมำลงไปที่หน้าอกของร่างสูงอย่างไม่ตั้งใจ ดิ้นๆจะให้หลุดจากพันธนาการเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้สักที จนสุดท้ายก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลยให้คนตรงหน้าได้กอดตัวเองอยู่อย่างนั้น
“กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เราเจออะไรกันมาเยอะเหมือนกันเนอะคชา”อยู่ๆก็พูดขึ้น ร่างเล็กจึงพยายามจะยันกายออกห่างเพื่อมองหน้าอีกฝ่ายแต่ก็ถูกกอดพันธนาการไว้จนขยับไปไหนไม่ได้
“...................”
“ถ้าเราทะเลาะกันหรือผิดใจกัน นึกถึงตอนที่เราลำบากด้วยกันไว้นะ อย่าให้ความโกรธมาทำให้ความรู้สึกของเราลดน้อยลง”
“..............................”
“การพบกันครั้งแรกของเรามันอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่สุดท้ายก็มาถึงจุดนี้ได้ ..... เขาเรียกว่าพรหมลิขิตรึเปล่า ...? หึหึ ต้องขอบคุณหนี้ก้อนโตนั่นนะที่ทำให้เราได้รู้จักกัน”ร่างสูงพูดไปก็หัวเราะไปด้วยเล็กน้อย ร่างเล็กนิ่งรอฟังว่าคนที่โอบกอดตนจะพูดอะไรต่อ
“ถ้าไม่ได้เจอกันป่านนี้ฉันก็คงทำตัวเสเพล เที่ยวหาเรื่องทะเลาะกับพ่ออยู่อย่างนั้น ..... ไม่ได้โตเป็นผู้ใหญ่อย่างทุกวันนี้สักที”
“ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะโต”ร่างเล็กพูดขึ้นเบาๆ
“หึหึ ก็เด็กกับชาคนเดียวนั่นแหล่ะ อยู่บริษัทก็ไม่ได้เอาแต่ใจอย่างนี้แล้ว”
“ก็ได้ ..... จะบอกว่าเอาแต่ใจกับชาคนเดียวว่างั้น น่าพิเศษตรงไหนเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ พิเศษจะตาย อย่างน้อยก็พิเศษกับฉันที่สุดนะ”โปรยคำหวานมาให้ทำเอาร่างเล็กมุดหน้าลงกับอกหนาอย่างเขินๆ
“ไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้มาเจอกัน .... แต่เพราะว่าคนที่ฉันเจอคือคชา ไม่ใช่คนอื่น .... ถ้าเป็นคนอื่นฉันก็คงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ขนาดนี้ คนที่ต้องขอบคุณมากที่สุดก็คือนาย คนที่เปลี่ยนชีวิตฉันอย่างสิ้นเชิง”ร่างสูงบอกแล้วขยับกายเล็กน้อย ก้มหน้าลงมองใบหน้าเรียวที่กำลังแดงซ่าน สายตาที่มองลงมาเห็นชัดถึงความรักที่มีให้อย่างไม่ปิดบัง
“..................”
“ขอบคุณจริงๆที่เข้ามาเปลี่ยนโลกทั้งใบของฉัน สัญญาว่าจะรักนายคนเดียว รักตลอดไป ... จะรักเดียวใจเดียวแค่นายเท่านั้น คชาของฉัน .....”สิ้นคำพูดของร่างสูงก็ทำเอาร่างเล็กที่เพิ่งผละออกจากอกหนาต้องโผเข้ากอดร่างสูงไว้แน่น ถึงจะได้ยินคำพูดหวานหูมามากมายหลายครั้ง แต่ครั้งนี้มันทำให้เขารู้สึกดีจนอยากจะร้องไห้ รับรู้ว่าร่างสูงรักเขามากจริงๆและเขาเองก็รักคนตรงหน้ามากไม่ต่างกัน ไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถรักใครสักคนได้มากมายขนาดนี้ รักมากจนไม่อยากให้เวลาหมุนผ่านไปเพราะกลัวว่าต่อจากนี้จะมีอะไรมาพรากพวกเขาให้แยกจากกัน
“ฮึก ..... ขอบคุณนายเหมือนกันที่ทำเพื่อฉัน ยอมอดทนที่ถูกกีดกันและไม่ทิ้งกันไปไหน .... ขอบคุณจริงๆ”ร่างเล็กตอบกลับแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ร่างสูงจนตาหยี พอมองตากันแล้วก็ยิ้มหัวเราะให้กันอย่างไม่มีเหตุผล เหมือนกับต่างฝ่ายต่างรับรู้ความรู้สึกของอีกคนได้ดี อุปสรรคอะไรต่อจากนี้มันก็คือบททดสอบให้รักครั้งนี้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น จะรักษารักนี้ไว้ให้ดีจะพันธนาการความรักนี้อย่างแน่นหนา พันธนาการตราตรึงไว้ด้วยหัวใจสองด้วยที่โอบกอดกันไว้ไม่เสื่อมคลาย
ความรักที่ค่อยๆถักทอด้วยสายใยราวกับกุหลาบมีหนามคอยทิ่มแทงผู้ที่เผลอแตะต้อง .....
เจ็บปวด ทรมานและมีหยาดน้ำตา ...... เคล้าคลอไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความห่วงหา .....
ความรักนั้นไม่เคยพานพบแต่ความสุข .... รักใดมากก็เจ็บปวดมาก .... เป็นไปตามพันธนาการที่มองไม่เห็น ....
ความรู้สึกแสนล้ำค่านั้นจะพันผูกคนสองคนไว้ด้วยกัน ...... รัดแน่นตราตรึงราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวน ...... โซ่ตรวนที่ถูกเรียกว่า พันธนาการรัก
THEEND
See U Next Strory.